ประชาสัมพันธ์ เรื่อง " โครงการบ้านล้านหลัง " เชิญชวนผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนขอสินเชื่อเพื่อโอกาสมีบ้านเป็นของตนเอง

          รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่ต้องการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ราคาไม่แพง โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน ผู้ที่เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างครอบครัวและผู้สูงอายุ ซึ่งคณะรัฐมนตรี
มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำเนินการโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ หรือ " โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 " เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคา
ที่เหมาะสมกับศักยภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องในอัตราดอกเบี้ยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการขอสินเชื่อ ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเพื่อโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้สามารถทำนิติกรรมได้ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ
         รายละเอียด " สินเชื่อโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 " อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรก 1.99% ต่อปี ให้กู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาซื้อ-ขาย ไม่เกิน 1,200,000 บาท ทั้งบ้านใหม่ บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของธอส. เงินงวดคงที่นานถึง 84 งวดแรก ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ประเภท คือ 1. ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1%ของวงเงินกู้)  2. ค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,300 บาท)  3. ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท ต่อราย) และ 4. ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง) ระยะเวลาผ่อนไม่น้อยกว่า 7 ปี และผ่อนสูงสุดไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้นข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่นๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี  ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจและผู้ที่มีคุณสมบัติและต้องการขอสินเชื่อ สามารถรับรหัสเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 เพียงดาวน์โหลด Mobile Application : GHB ALL และกดลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการ 9 ตัว
ทาง GHB Buddy บน Application Line (ตัวอักษร 3 ตัว และตัวเลข 6 ตัว) เพื่อนำมาแสดงในการยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและทำนิติกรรมได้ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือก่อนเต็มกรอบวงเงินโครงการ ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่นๆเป็นไปตามที่ ธอส.กำหนด สอบถามรายละเอียด้พิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร. 0 2645 9000 หรือ Facebook Fanpage : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ www.ghbank.co.th

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง เร่งช่วยสถานประกอบการ/ผู้ประกันตนประสบภัยน้ำท่วม เปิดใช้สิทธิว่างงานรับเงินทดแทน 50%

         การให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในขณะนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยผู้ใช้แรงงานและประชาชนทุกคนที่ประสบปัญหาอุทกภัย จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
บูรณาการให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน  สำนักงานประกันสังคม (สปส.)ได้ให้สำนักงานประกันสังคมทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัย นำเครื่องอุปโภคบริโภคที่รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการมาจัดทำถุงยังชีพ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย พร้อมจัดทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกับโรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นในพื้นที่ได้รับผลกระทบและประชาสัมพันธ์ให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตนในสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ สามารถเข้ารับความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ในกรณีเหตุสุดวิสัยไว้ช่วยเหลือผู้ประกันตน สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ในกรณีว่างงานโดยจะได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานหรือไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ทำให้นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ทั้งนี้ ไม่เกิน 90 วัน
        สำหรับช่องทางการขอรับสิทธิประโยชน์ฯ กำหนดให้นายจ้างและผู้ประกันตน ในสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบดำเนินการขอรับประโยชน์ทดแทนตามช่องทาง ดังนี้
        1. ผู้ประกันตน มีหน้าที่กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7 สามารถ dowload แบบคำร้องได้ที่ www.sso.go.th) แล้วนำส่งให้นายจ้าง โดยหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อและเลขบัญชีธนาคารต้องมีความถูกต้อง
        2. นายจ้าง มีหน้าที่ดำเนินการยื่นขอรับสิทธิว่างงาน โดยบันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th โดยต้องบันทึกข้อมูลของผู้ประกันตน ตามแบบ สปส. 2-01/7 และหนังสือรับรองการหยุดงาน รวบรวมแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) ของลูกจ้างที่ได้บันทึกแล้วในระบบ e-Service บน www.sso.go.th นำส่ง สปส.ในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทางไปรษณีย์ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง สธ.ย้ำ "เดลตาพลัส" พบในไทยเป็นสายพันธุ์ AY.1 ไม่ใช่ AY.4.2 ที่แพร่เร็ว 10 - 15 %

         กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยรายงานการพบโควิดสายพันธุ์ "เดลตาพลัส" ที่กลายพันธุ์ในประเทศหลังพบผู้ติดเชื้อ 1 ราย ซึ่งขณะนี้รักษาหายแล้ว สำหรับการเฝ้าระวังสายพันธุ์เดลตานั้น ปัจจุบันมีสายพันธุ์ย่อย 47 ชนิด มีชื่อเรียก
AY.1 - AY.47 หรือรู้จักกันในอีกชื่อว่าเดลตาพลัส ปัจจุบันสายพันธุ์ย่อยเหล่านี้พบในประเทศไทยถึง 18 สายพันธุ์และสายพันธุ์เดลตาพลัสที่พบในประเทศคือ สายพันธุ์ AY.1(K417N) ที่พบในจังหวัดกำแพงเพชร
        อย่างไรก้ตาม โควิดสายพันธุ์เดลตาพลัสทั้ง 18 สายพันธุ์นี้ ยังไม่พบข้อมูลชี้ว่า เป็นการแพร่ระบาดหรือก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงมากขึ้นเหมือยสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในประเทศอังกฤษคือเดลตาพลัส AY.4.2 ที่อาจแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาดั้งเดิมถึง 10 -15 % จึงย้ำว่าปัจจุบันสายพันธุ์ AY.4.2 ยังไม่พบในประเทศไทย
        จากข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2564 สายพันธุ์อัลฟาพลัส (E484K) พบทั้งหมด 18 ราย โดยพบที่จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย ส่วนอีก 16 ราย พบที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด เป็นแรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชา 12 คน และคนไทย 4 คน ทั้งหมดทำงานในล้งลำไย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ผ่านระบบ e-Service

              สำนักงานประกันสังคม ได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ผ่านระบบ e-Service ช่องทาง http://e-service.doe.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน " ไทยมีงานทำ " โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ ios และ Android เพียงแนบไฟล์เอกสารสำเนาบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์ในระบบฯโดยไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆที่สำนักงานประกันสังคมหรือสำนักงานจัดหางานอีก ทั้งนี้  ระบบ e-Service สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนในด้านต่างๆ ดังนี้
              . ตรวจสอบผลการขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน
              . ตรวจสอบสถานะการรับสิทธิประโยชน์ทดแทน เช่น วันที่รายงานตัวครั้งต่อไป ผลการพิจารณาและจำนวนเงินที่ได้รับ
              . กรณีไม่ได้รายงานตัวตามกำหนด (ล่าช้า) ก็สามารถรายงานตัวได้
              . กรณีไม่ได้รายงานตัวในงวดเดิม ระบบฯขึ้นให้รายงานตัวในงวดถัดไปก็สามารถรายงานตัวในงวดเดิมได้
              . ผู้ประกันตนสามารถค้นหาตำแหน่งงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ระบบฯแนะนำในระบบไทยมีงานทำ doe.go.th
              . กรณีมีข้อสงสัยในจำนวนเงินที่ได้รับตามสิทธิประโยชน์ว่างงาน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน 1506 กด 1 ตลอด 24 ชั่วโมง
alt
 

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง โอนเงินผิดบัญชีสามารถทวงคืนได้ หากผู้รับโอนไม่ยอมคืนมีความผิด

             ปัจจุบันการโอนเงินสามารถทำได้ง่าย โดยผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารที่เราเป็นลูกค้า การโอนเงินผิดบัญชีจึงเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่มีการโอนเงินผิดบัญชีแล้วได้มีการติดต่อให้ผู้รับโอนคืนเงินแล้วแต่ทางเจ้าของบัญชีผู้รับโอนกลับเพิกเฉยและนำเงินที่ได้มาไปใช้เองโดยไม่ส่งคืนเจ้าของ ถือว่ามีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์" ความผิดฐานนี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
             ดังนั้น หากบุคคลใดได้ทำการโอนเงินผิดบัญชีต้องปฏิบัติ ดังนี้
             
1. เก็บหลักฐาน เช่น ใบบันทึกรายการ ภาพบันทึกหน้าจอ เป็นต้น
             2. รีบดำเนินการติดต่อธนาคารต้นทางที่ทำการโอนเงินไป เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงินและให้ธนาคารติดต่อไปยังผู้รับโอนให้ทำการคืนเงินกลับมา หรืออนุญาตให้ธนาคารดึงเงินในบัญชีกลับไป ซึ่งธนาคารไม่สามารถดึงเงินจากบัญชีผู้รับโอนโดยพลการได้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับโอนปลายทางก่อน
             3. หากผู้รับโอนยินดีคืนเงิน ธนาคารก็จะดำเนินการโอนเงินจำนวนนั้นคืนให้แก่เรา
             4. หากผู้รับโอนไม่ยอมคืนเงิน ผู้โอนจะต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกฎหมายต่อไป
             ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ : สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แอปพลิเคชัน Justice Care : บริการรับเรื่องยุติธรรมสร้างสุข หรือที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ
alt

บทความ อื่นๆ ...

หน้า 1 จาก 142

เริ่มแรก
ย้อนกลับ
1


ข้อมูลการดำเนินงาน

ผู้ชมขณะนี้

เรามี 13 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ








กรุณาเลือกภาษา

Thai Arabic Chinese (Traditional) English French German Japanese Korean Vietnamese


 

สำรวจความคิดเห็น

คุณพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ ?

ดาวน์โหลดแนะนำ






หน่วยงานภาครัฐ

















แผนที่ท่องเที่ยวไทย



(ปุ่มเฉพาะแอดผ่านทางมือถือเท่านั้น)




ลิขสิทธิ์ © 2557 เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ จังหวัดสมุทรสงคราม สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โทร 034-702-839