ประชาสัมพันธ์ เรื่อง สปส.เพิ่มช่องทางให้บริการชำระเงินสมทบผู้ประกันตน ม.40 ผ่าน Application Shopee ได้แล้ววันนี้

             สำนักงานประกันสังคม ได้ร่วมมือกับ "ShopeePay" (ช้อปปี้เพย์) ผู้ให้บริการด้านการชำระผ่าน Mobile Wallet เพิ่มช่องการให้บริการรับชำระเงินกองทุนประกันสังคมผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพิ่มเติมอีก 1 ช่องทาง ผ่านแอปพลิเคชั่น Shopee ก็สามารถชำระเงินสมทบได้ทันทีผ่าน " Top-up Bill & Movies " แล้วไปที่เมนู "บิลประกัน และประกันสังคม" จากนั้นเลือกเมนู "ประกันสังคมมาตรา 40" ผู้ประกันตนก็สามารถชำระเงินสมทบและเงินสมทบเพิ่มเติม (ถ้ามี) งวดเดือนปัจจุบัน และชำระเงินสมทบงวดเดือนล่วงหน้าไม่เกิน 12 งวดเดือน รวมชำระเงินสมทบได้ไม่เกิน 13 งวดเดือน กรณีเงินสมทบเพิ่มเติมชำระได้ไม่เกินละ 1,000 บาท และไม่สามารถชำระเงินสมทบและเงินสมทบเพิ่มเติมงวดเดือนย้อนหลังได้ พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม  ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้ด้วยตนเอง บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม https://www.sso.go.th/erc ในวันถัดไปจากวันชำระเงิน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป้นต้นไป ผู้ประกันตนสามารถติดต่อสอบถามการสมัครใช้บริการหรือแจ้งปัญหาได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัทฯ ผ่าน Call Center เบอร์โทรศัพท์ 0 2017 8399 หากผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลสำนักงานประกันสังคม โทร.1506 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ
alt

Attachments:
Download this file (207803.jpg)207803.jpg[ ]192 Kb

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง การเตรียมตัวเมื่อฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำขึ้นสูง

         ช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและเรียนรู้การปฏิบัติตนอย่างถูกวิธี จะช่วยให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการเตรียมตัวเมื่อผนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำขึ้นสูง ดังนี้
         . เตรียมพร้อม ติดตาม เฝ้าระวัง
       
   - สังเกตระดับน้ำ ติดตามประกาศแจ้งเตือนต่างๆ
           - เตรียมยกของขึ้นที่สูง
           - หากมีการแจ้งอพยพให้รีบอพยพทันที
           - เตรียมอพยพสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่สูง
        . เมื่อเกิดน้ำท่วม
          -
รีบแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือโทร. 1784 หรือไลน์ @ 1784ddpm
          - ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า
          - ดูแลบุตรหลานไม่ให้ไปเล่นน้ำในพื้นที่น้ำท่วม น้ำไหลหลาก
          - หลีกเลี่ยงการขับรถไปในพื้นที่หรือเส้นทางที่น้ำท่วม
          ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือต้องการแจ้งเหตุสาธารณภัย สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนนิรภัย โทร.1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
alt

 

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ข่าวดี ประชาชนกลุ่มเสี่ยงลงทะเบียนรับ ATK ตรวจโควิดด้วยตนเอง ฟรี!

         สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมแจกชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงฟรี 8.5 ล้านชิ้น ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษาสำหรับตรวจโควิดด้วยตนเอง คนละ 2 ชุด ห่างกัน 5 วัน เพื่อควบคุมและลดการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเริ่มตั้งแต่ 16 กันยายน 2564 เป็นต้นไป
         กลุ่มเป้าหมาย   
         . ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ หรือผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค (ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด)
         . ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ (มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบ หายใจลำบาก)
         . ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อโควิด
         . ผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน
         การแจกชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง มี 2 รูปแบบ ดังนี้     
         1) แจก ATK ณ ชุมชนแออัดและตลาด 
         ผู้ประสานงาน/อสม./อสส. ลงทะเบียนรับ ATK กับศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) หรือหน่วยบริการในพื้นที่ จากนั้นนำ ATK มาแจกให้กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วจากเจ้าหน้าที่ หรือ แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
         2) แจกที่หน่วยบริการ/คลินิก/ร้านยาที่ร่วมโครงการ
         . ประชาชนที่มีสมาร์ทโฟน กรอกแบบคัดกรองในแอปฯ เป๋าตัง ที่เมนู " รับชุดตรวจโควิด-19 ฟรี " เพื่อทำแบบประเมินและหากผลประเมินพบว่า สามารถรับ ATK ได้ ให้เลือกคลินิกหรือร้านยาที่จะไปรับชุดตรวจ
         . กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน : สามารถขอรับ ATK ได้ที่ รพ.,รพ.สต., ศบส. โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทำการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้
         ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน สปสช. โทร. 1330
alt

Attachments:
Download this file (207800.jpg)207800.jpg[ ]152 Kb

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง ขนส่งขยายเวลาให้ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุ ใช้ต่อได้จนถึง 31 ธ.ค.64

           ตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้งดให้บริการประชาชนด้านใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทส จนกว่าจะมีประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีประกาศเป็นอย่างอื่น โดยในช่วงระยะเวลาการงดให้บริการ กรมการขนส่งทางบกได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อผ่อนปรนการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว สามารถใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบันยังคงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น กรมการขนส่งทางบกจึงได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พิจารณาผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง โดยผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้วยังสามารถขับรถต่อไปได้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 นอกจากนี้ ได้เพิ่มการผ่อนปรนให้ผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว หรือใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล สามารขับรถที่ใช้ในการรับจ้างขนส่งสินค้าได้ ได้แก่ รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม ที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (รถปิคอัพป้ายเหลือง) จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและให้สามารถประกอบการกิจการขนส่งสินค้าซึ่งมีความจำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนอีกด้วย นอกจากการขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ในส่วนของประชาชนที่มีเอกสารประกอบคำขอรับหรือขอต่อใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ เช่น ใบรับรองแพทย์ หนังสือรับรองการผ่านการอบรมและทดสอบ คำขอที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ผลผ่านการอบรมผ่านระบบ e-Learning ที่สิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 กรมการขนส่งทางบก ได้อนุโลมให้ใช้เป็นเอกสารประกอบการดำเนินการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 อย่างไรก็ตาม สำหรับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถใกล้จะถึงวันสิ้นอายุ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตสามารถดำเนินการอบรมผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ www.dlt-elearning.com ได้ล่วงหน้า เพื่อนำผลการผ่านการอบรมดังกล่าวมาดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถเมื่อสำนักงานขนส่งเปิดดำเนินการ
alt

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง คลังเตรียมเชื่อมระบบ Delivery " คนละครึ่ง - ยิ่งใช้ยิ่งได้" เริ่ม ต.ค. นี้

           กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเชื่อมต่อระบบ Platform Delivery การส่งสินค้าอาหารและบริการต่างๆ เข้ากับระบบโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 3 โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบ คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่จะทำการเติมเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 อีก 1,500 บาท เข้าแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง'' เบื้องต้นผู้ประกอบการ Delivery ที่คาดว่าจะเข้าร่วมโครงการฯ เช่น ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า โรบินฮู้ด แกร็บฟู้ด และช้อปปี้ฟู้ด เป็นต้น
          นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเชื่อม Platform Delivery สำหรับผู้ให้บริการส่งสินค้าประเภทอาหารที่จดทะเบียนนิติบุคคลเข้าร่วมโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ด้วย การเชื่อมระบบดังกล่าว นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ร่วมโครงการ "คนละครึ่ง - ยิ่งใช้ยิ่งได้" มีการจับจ่ายใช้สอยที่คล่องตัวมากขึ้น สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว ยังช่วยทำให้ยอดการใช้จ่ายในโครงการเพิ่มขึ้นอีกด้วย

alt

บทความ อื่นๆ ...


ข้อมูลการดำเนินงาน

ผู้ชมขณะนี้

เรามี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เว็บไซต์ที่น่าสนใจ








กรุณาเลือกภาษา

Thai Arabic Chinese (Traditional) English French German Japanese Korean Vietnamese


 

สำรวจความคิดเห็น

คุณพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ ?

ดาวน์โหลดแนะนำ






หน่วยงานภาครัฐ

















แผนที่ท่องเที่ยวไทย



(ปุ่มเฉพาะแอดผ่านทางมือถือเท่านั้น)




ลิขสิทธิ์ © 2557 เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ จังหวัดสมุทรสงคราม สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
เทศบาลตำบลบางยี่รงค์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โทร 034-702-839